แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญบั้งไฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญบั้งไฟ แสดงบทความทั้งหมด

11 พฤษภาคม 2553

เยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร

เยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร



ยโสธร เมืองเล็กที่งดงามด้วยวัฒนธรรมและงานบุญบั้งไฟ พร้อมอาหารเป็นเอกลักษณ์ ทั้งปลาส้มและลอดช่องยโสธร อีกทั้งยังมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ย่านบ้านสิงห์ท่า ใครได้มายโสธรแล้วไม่ไปเที่ยวชม ก็เหมือนมาไม่ถึง...
ในอดีตยโสธรมีความเป็นมาตั้งแต่ยุคทวารวดี โดยมีบันทึกในพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าราชวงศา (พระวอ) เสนาบดีเก่าแห่งเมืองเวียงจันทน์ ท้าวหน้า ท้าวคำผง ท้าวทิตพรหม และท้ามมุม พร้อมด้วยไพร่พลอพยพไปอาศัยกับเจ้านครจำปาศักดิ์ เมื่อมาถึงดงผีสิงห์ เห็นทำเลที่ตั้งเหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐานจึงสร้างเมืองขึ้นที่บ้านสิงห์ท่า (เมืองสิงห์ท่า) และยกฐานะเป็นเมืองยโสธรในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ยโสธรถูกรวมเข้ากับกองหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือมีเมืองอุบลราชธานี เป็นเมืองเอก เรียกว่า มณฑลลาวกาว ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2456 ยโสธรกลายเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอยบราชธานี และในปี พ.ศ. 2515 จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 71 ของประเทศไทย

เที่ยวชมเมือง
จากความเป็นมาของเมืองนี้ ปัจจุบันยังคงเห็นรูปรอยความเจริญได้ที่ชุมชนบ้านสิงห์ท่า ชาวบ้านในชุมชนล้วนถ้อยทีถ้อยอาศัย อยุ่อย่างเรียบง่ายและสงบ มี ตึกแถวโบราณ งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ยุคสมัยเดียวกับที่จังหวัดภูเก็ต ถนนรอบบริเวณย่านสิงห์ท่า เป็นทางลัดเลาะเชื่อมต่อถึงกันระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน รวมถึงวัด ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของชาวพุทธทั้งหลาย ยังมี ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีนดูตระการตา ในย่านนี้เป็นแหล่งทำปลาส้มและลอดช่องยโสธร ของฝากชื่อดังที่ไม่ควรดลาดชิมอีกด้วย


วัดมหาธาตุ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตน์ (พระแก้วหยดน้ำค้าง) พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน เป็นพระคู่เมืองของชาวยโสธรมายาวนาน หอไตรโบราณกลางสระน้ำ เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลานเก่าแก่ ที่สำคัญวัดมหาธานุเป็นที่ตั้งของพระธาตุยโสธร หรือพระธาตุอานนท์ บรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์ รูปทรงเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมศิลปะอิทธิพลลาว สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นสมัยรัตนโกสินทร์


วัดสิงห์ท่า ประวัติของการก่อบ้านสร้างเมืองยโสธร เริ่มขึ้นที่วัดสิงห์ท่าแห่งนี้ โดยในยุคแรกที่สร้างบ้านสิงห์ท่าได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นด้วย แต่ไม่มีคณะสงฆ์ ในยุคต่อมาได้ขุดค้นพบสิงห์หินและพระพุทธรูปใหญ่อยู่ในดง (บริเวณวัดสิงห์ท่าปัจจุบัน) จึงสถาปนาวัดแห่งนี้ขึ้นเป็นวัดสิงห์ท่า ปัจจุบันพระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย ก่อด้วยอิฐฉาบปูนลงรักปิดทองขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตรรูปนี้ ยังเป็นพระประธานของวัดสิงห์ท่า ซึ่งชาวยโสธรจัดให้มีการสรงน้ำหลังสงกรานต์เป็นประจำทุกปี



กินอร่อย ในเมืองยโสธรมีอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นอีสานที่ขึ้นชื่อคือ ส้มตำ ในเขตชุมชนบ้านสิงห์ท่า พลาดไม่ได้ ควรไปชิม ปลาส้ม ซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ย่านบ้านสิงห์ท่า และวางขายทั่วไปในเมือง ส่วนของหวานต้องยกนิ้วให้ลอดช่องยโสธร เส้นเล็กเหนียว นุ่ม และหอมใบเตย มีขายตามร้านขนมหวานทั่วไป หากจะซื้อเป็นของฝากต้องไปแหล่งผลิตย่านบ้านสิงห์ท่า


ช้อปสนุก ของฝากจากเมืองยโสธรโดยมากเป็นงานหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อคือ หมอนขิตทรงสามเหลี่ยม ตกแต่งลวดลายอย่างทันสมัย แหล่งผลิตอยู่ที่หมู่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว ยังมีงานจักสานไม้ไผ่ ฝีมือดีของชาวบ้านทุ่งนางโอก และงานแกะสลักเกวียนจำลองที่บ้านนาสะไมย์ในเขตอำเภอเมืองยโสธร



บั้งไฟยโสธร หากได้มาเยือนในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่นี่มีงานบุญยิ่งใหญ่คือ "บุญบั้งไฟ" หนึ่งในประเพณีฮีตสิบสอง ที่เชื่อกันว่า เป็นการบูชาเทพเจ้าที่รักษาเมือง เพื่อบูชาพญาแถนผู้สามารถดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล เรือกสวนไร่นาจะได้อุดมสมบูรณ์ ซึ่งชาวอีสานสืบทอดประเพณีนี้มา และที่สวนสาธารณะพญาแถนยังมีฐานยิงบั้งไฟจำลองให้คนมาเยือนได้ชมอีกด้วย


สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่ ททท.สำนักงานอุบลราชธานี พื้นที่รับผิดชอบ :

ยโสธร,อำนาจเจริญ,อุบลราชธานี 264/ ถ.เขื่อนธานี อ.เมือง จ.อุบลราธานี 34000 โทรศัพท์. 0 4524 3770 , 0 4525 0714 โทรสาร. 0 4524 3771

อีเมล :tatubon@tat.or.th

เว็บไต์ :www.tourismthailand.org/ubonratchathani

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

http://www.tatubon.org

6 พฤษภาคม 2553

ประเพณี บุญบั้งไฟ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประเพณี บุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร
วันที่ 5-9 พฤษภาคม 2553
สถานที่ ณ สวนสาธารณพญาแถน และ เขตเทศบาลเมืองยโสธร















บุญบั้งไฟ เป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสาน นิยมทำกันในเดือน 6 หรือเดือน 7 ซึ่งจะตกในราวเดือนพฤษภาคม อันเป็นช่วงฤดูฝนเข้าสู่การทำนา ตกกล้า หว่านไถ เพื่อเป็นการบูชาพญาแถน ขอให้ฝนตกก้องตามฤดูกาลเหมือนกับการแห่นางแมวของคนภาคกลาง
คำอธิบายเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟ รวมทั้งความคิดเห็นของคนทั้วไปมักกล่าวถึงความสำคัญของบุญบั้งไฟกับวิถีชีวิตของคนอีสานในฐานะพิธีกรรมแห่งความสมบูรณ์ และมีความเกี่ยวเนื่องกับ ตำนาน นิทานปรัมปราพื้นบ้าน เช่น เรื่องเท้าผาแดง - นางไอ่ ตำนานรักสามเส้าของเท้าผาแดง นางไอ่และท้าวพังคีพญานาค ที่มีการแข่งขันจุดบั้งไฟเพื่อแย่งชิงนางไอ่ จนกลายเป็นสงครามสู้รบและมีอภินิหารเล่าลือกันมาหมาย เรื่องพญาคันคากหรือคางคกยกรบขอฝนจากแถนบนฟ้า พญาแถนรบแพ้พญาคันคากจึงยอมให้ฝนแก่โลกแต่มีข้อแม้ว่าหากพญาคันคากต้องการฝนเมื่อใดก็ให้บอกพญาแถนด้วยการจุดบั้งไฟขึ้นไปบนฟ้า หรืออีกตำนานที่เล่าว่าพระพรหมกับพญานาคเป็นเพื่อนรักกัน พระพรหมอยู่บนสวรรค์พญานาคอยู่ใต้บาดาล อยากจะรู้สารทุกข์สุขดิบกันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงตกลงกันว่า เมื่อใดที่พญานาคอยู่ดีมีสุขให้พญานาคจุดบั้งไฟไปบอกข่าวและพระพรหมจะส่งฝนตกลงมาบนพื้นโลกเป็นการตอบรับพญานาค ดังที่ได้กล่าวมา วัตถุประสงค์หลักของบุญบั้งไฟ ก็คือ "การขอฝน" เชื่อกันว่าหากท้องถิ่นใดละเลยไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ก็อาจจะก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่คนในชุมชน เว้นเสียแต่ต้องทำพิธีขอเลื่อนการจัดที่ศาลปู่ตา (ศาลผีบรรษพบุรุษหรือเทพารักษ์)ของหมู่บ้านเสียก่อน



ลักษณะเฉพาะประการหนึ่งของพิธีบุญบั้งไฟอีสานในอดีตจนกระทั่งปัจจุบันคือ การละเล่นที่มักเต็มไปด้วยสื่อสัญลักษณ์ทางเพศและเพศสัมพันธ์ เช่น อวัยวะเพศชาย (บักแป้น, ขุนเพ็ด) อวัยวะเพศหญิงจำลอง ตุ๊กตาชาย - หญิง ในท่าร่วมเพศ ตุ๊กตารูปสัตว์ (โดยมากมักจะทำเป็นรูปลิง) ในท่าร่วมเพศ รวมทั้งการแสดงออกของผู้คนในขณะร่วมงานบุญบั้งไฟนั้น เห็นได้ชัดว่ามีความเชื่อในเรื่องฟ้าดินโดยที่ฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของเพศชาย ดินเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างฟ้าดินคือฝนที่โปรยปรายลงมาสู่ดินก่อให้เกิดความเจริญเติบโตงอกงามของพืชพันธุ์ธัญญาหารแก่โลกมนุษย์ เพื่อเป็นการเตือนฟ้าดินมิให้ลืมหน้าที่ มนุษย์จึงใช้อุบายคือ การละเล่นเกี่ยวกับเพศมาเป็นส่วนประกอบในงานบุญบั้งไฟ ทั้งนี้รวมไปถึงการใช้คำเซิ้งที่ใช้ในการ "เซิ้งบั้งไฟ" ที่มักมีคำหยาบปะปนอยู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับอวัยวะเพศซึ่งจะพบในงานบุญบั้งไฟทุกแห่ง อย่างไรก็ตาม การแสดงออกในสัญลักษณ์เชิงเพศที่ปรากฎในงานบุญบั้งไฟดูเหมือนจะถูกจำกัดลงเมื่อเทศกาลงานประเพณีดังกล่าวได้ถูกเปิดตัวสู่การกลายเป็นประเพณีเพื่อตอบสนองต่อการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ความน่าสนใจของเนื้อหาสาระของประเพณีบุญบั้งไฟยังอยู่ที่ภาพสะท้อนการผสมผสานระหว่างคติความเชื่อฝ่ายพุทธ กับแนวความคิดในแบบสังคมแบบพุทธกาล (ก่อนรับพุทธศาสนา) เกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ แม้ว่าบุญบั้งไฟแต่เดิมอาจจะไม่ใช่ประเพณีในพระพุทธศาสนา แต่ทว่า ชาวไท - ลาว ได้ทำให้งานบุญนี้เลื่อนไหลเข้ามาอยู่ในบริบทของพุทธศาสนาอย่างชัดเจนมากขึ้น เช่น การเชิญมาร่วมงานก็ถือว่าเป็นการทำบุญ ตลอดจนมีตำนานที่เล่าถึงต้นกำเนิดของพิธีกรรมนี้ว่ามาจากการที่สาวกองค์หนึ่งพุ่งคบเพลิงไปถวายพระเพลิงพระพุทธองค์เนื่องจากเข้าไม่ถึงที่ถวายพระเพลิงศพ นอกจากนี้วัดยังเป็นแหล่งกลางของกิจกรรมในงานบุญ นับตั้งแต่การเตรียมบั้งไฟ ไปจนถึงการเล่นสนุก อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระพุทธศาสนาแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบุญบั้งไฟหลายอย่างเช่น การบวชและการ "ฮดสงฆ์" หรืออภิเษกสมณศักดิ์ให้แก่พระภิกษุ เป็นต้น ดังที่ได้กล่าวมาว่าบุญบั้งไฟเป็นประเพณีที่ทำกันทั้วไปในภาคอีสานปัจจุบัน

ปัจจุบันงานบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงราวกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยมีกิจกรรมหลักคือ บั้งไฟที่มีการประกวดประชัน บั้งไฟทั้งบั้งไฟขึ้นสูง บั้งไฟสวยงาม (บั้งเอ้หรือบั้งไฟประดับที่ไม่สามารถจุดได้จริง) บั้งไฟโบราณ นอกจากนี้ยังมีการประกวดกาพย์เซิ้งบั้งไฟ ประกวดธิดาบั้งไฟโก้ นักท่องเที่ยวสามารถชมขบวนแห่เหศักดิ์ ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ขบวนแห่บั้งไฟโบราณ ตลอดขบวนแห่มีการเซิ้งของแต่ละคุ้มวัดที่ส่งบั้งไฟเข้าประกวด ทั้งนี้งานบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร ได้รับการส่งเสริมได้รับการส่งเสริมในระดับที่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมมหรสพรื่นเริง เช่น เวทีคอนเสิร์ต หมอลำ การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และสินค้าทั้วไปบริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และโรงเรียนเทศบาล 1 และสวนสนุกในลักษณะงานวัด

กำหนดการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2553

วันที่ 3 พฤษภาคม 2553

เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP บริเวณถนนวารีราชเดช (หน้าวัดมหาธาตุ)
เวลา 09.00 - 16.00 น. - ชมกระบวนการจัดทำบั้งไฟสวยงามและบั้งไฟจุดขึ้นสูง
เวลา 19.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร นักท่องเที่ยว ชมการฝึกซ้อมรำเซิ้ง การเตรียมขบวนแห่ของคณะบั้งไฟ
เวลา 20.30 น. - พิธีเปิดงาน / การแสดงสมโภชงานประเพณีบุญบั้งไฟ / มหกรรมอาหาร - การประกวดวงดนตรีสตริง สลับกับการประกวดแดนเซอร์ เพลงเซิ้ง และการแสดงของศิลปินรับเชิญ


วันที่ 4 - 5 พฤษภาคม 2553

เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP บริเวณถนนวารีราชเดช (หน้าวัดมหาธาตุ)
เวลา 09.00 - 16.00 น. - ชมกระบวนการจัดทำบั้งไฟสวยงามและบั้งไฟจุดขึ้นสูง
เวลา 13.00 - 16.00 น. - ชมการสาธิตการทำบั้งไฟริวเซ (บั้งไฟญี่ปุ่น) โดยช่างริวเซ จากเมืองชิชิบุ จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น
เวลา 19.00 - 24.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร นักท่องเที่ยว ชมการฝึกซ้อมรำเซิ้ง การเตรียมขบวนแห่ของคณะบั้งไฟ ณ มมร., คุ้มวัดอัมพวัน, คุ้มวัดดอนพระเจ้า, คุ้มวัดมหาธาตุ, คุ้มวัดศรีไตรภูมิ, คุ้มวัดทุ่งสว่างชัยภูมิ - มหกรรมอาหาร / การประกวดกาพย์เซิ้งบั้ง ประเภทประชาชน/เยาวชน การแสดงของนักเรียน สลับกับศิลปินรับเชิญ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2553


เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP บริเวณถนนวารีราชเดช (หน้าวัดมหาธาตุ)
เวลา 09.00 - 16.00 น. - ชมกระบวนการจัดทำบั้งไฟสวยงามและบั้งไฟจุดขึ้นสูง
เวลา 13.00 - 16.00 น. - ชมการสาธิตการทำบั้งไฟริวเซ (บั้งไฟญี่ปุ่น) โดยช่างริวเซ จากเมืองชิชิบุ จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น
เวลา 19.00 - 24.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร นักท่องเที่ยว ชมการฝึกซ้อมรำเซิ้ง การเตรียมขบวนแห่ของคณะบั้งไฟ ณ คุ้มวัดสิงห์ท่า, คุ้มวัดศรีธรรมาราม, คุ้มวัดใต้ศรีมงคล - มหกรรมอาหาร / การแสดงของศิลปินรับเชิญ / การประกวดนางฟ้าจำแลง (มอบรางวัลวันที่ 7 พ.ค. 53 เวลา 19.00 น. ณ กองอำนวยการ)



วันที่ 7 พฤษภาคม 2553

เวลา 07.00 - 14.00 น. - การเซิ้งบั้งไฟ และการละเล่นแบบโบราณ (ตามวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม)
เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP
เวลา 16.00 น. - ประกวด และโชว์บั้งไฟสวยงามตามแนวถนนแจ้งสนิทจากหน้าศาลจังหวัดยโสธรถึงตรงข้ามหน้าธนาคารออมสิน - แดนเซอร์ทุกคนของกองเชียร์ทุกคณะ / ชาวสตรีเหล็กและพี่น้องชาวสีม่วงพร้อมด้วยผู้เข้าประกวดนางฟ้าจำแลงพร้อมกัน ณ กองอำนวยการ
เวลา 19.30 - 22.00 น. - พิธีมอบรางวัลการประกวดธิดาบั้งไฟโก้ การประกวดานางฟ้าจำแลง การประกวดแดนเซอร์เพลงเซิ้ง และการแระกวดกาพย์เซิ้ง ประเภทประชาชนและเยาวชน - พิธีเปิดมหกรรม ROCKET CARNIVAL โดยสตรีเหล็ก พี่น้องชาวสีม่วงทั่วไทยและทั่วโลก - เริ่มการประกวดกองเชียร์ - การประกวดธิดาบั้งไฟโก้ (พร้อมพิธีมอบรางวัล) - มหกรรมอาหาร / การแสดงของศิลปินรับเชิญ


วันที่ 8 พฤษภาคม 2553

เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP
เวลา 07.00 น. - รถบั้งไฟสวยงามเตรียมพร้อมตามจุด ที่กำหนดก่อนเริ่มขบวนแห่
เวลา 08.00 น. - ขบวนแห่ถ้วยรางวัล จากสำนักงานเทศบาลเมืองยโสธรไปยังกองอำนวยการจัดงาน - คณะกรรมการเจ้าหน้าที่เตรียมพิธีเปิด
เวลา 09.00 น. - ประธานในพิธีเปิดงานเดินทางมาถึงกองอำนวยการจัดงาน วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ - ประธานในพิธีเปิดงานขึ้นบนเวทีกองอำนวยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร มอบของที่ระลึกแด่ประธานในพิธี จากนั้นประธานในพิธีไปที่แท่นรับคำกล่าวรายงาน - ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงานการจัดงานต่อประธานในพิธี - ประธานในพิธีกล่าวเปิดและลั่นฆ้องชัยเปิดงาน จำนวน 3 ครั้ง - วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เจ้าหน้าจุดพลุเสียงและบั้งไฟตะไลเวลา 09.20 น. - ขบวนแห่มเหศักดิ์ ขบวนศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ขบวนแห่บั้งไฟโบราณ ขบวน ROCKET CARNIVAL โดยสตรีเหล็กพี่น้องชาวสีม่วงทั่วไทย และทั่วโลก พร้อมขบวนอื่นๆ เคลื่อนขบวนผ่านหน้ากองอำนวยการไปถึงวัดศรีไตรภูมิ
เวลา 12.00 น. - ประธานร่วมรับประทานอาหารกับคณะกรรมการจัดงานและผู้เข้าร่วมงานจากประเทศญี่ปุ่น ลาว และเวียดนาม
เวลา 14.00 น. - จัดพบปะกลุ่มเจ้าของผลิตภัฑณ์จากข้างของจากญี่ปุ่นพบปะกับผู้ประกอบการค้าข้าวยโสธรต่อด้วยการบริการนวดแผนไทย
เวลา 16.00 น. - มหกรรมอาหาร - การแสดงของศิลปินรับเชิญ
เวลา 18.00 น. - เตรียมเข้าสู่บรรยากาศงานพาแลงเปลี่ยนศิลปะ วัฒนธรรมระหว่างไทย ญี่ปุ่น ลาว และเวียดนาม - คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ และแขกรับเชิญพร้อมกันที่บริเวณจัดงานพาแลง
เวลา 19.00 น. - ประธานในพิธีงานพาแลง เดินทางมาถึงบริเวณจัดงานพาแลง
เวลา 19.15 น. - ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน - ประธานในพิธีมอบโล่เกียรติคุณให้ผู้สนับสนุนการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2553 - นายกเทศมนตรีเมืองชิชิบุ ประเทญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว กล่าาวแสดงความรู้ - ร่วมรับประทาน และชมการแสดง
เวลา 22.00 น. - เสร็จสิ้นกิจกรรมงานพาแลง


วันที่ 9 พฤษภาคม 2553

เวลา 06.00 น. - คณะบั้งไฟประเภทต่างๆรายงานตัวต่อคณะกรรม
เวลา 08.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธรจุดั้งไฟเสี่ยงทาย บั้งไฟปฐมฤกษ์ และจุดบั้งไฟโบราณ (วงศ์บั้งไฟ) ทุกประเภท - เริ่มแข่งขันบั้งไฟแฟนซี และบั้งไฟขึ้นสูงตามสูจิบัตร
เวลา 10.00 น. - การจุดบั้งไฟริวเซ ของประเทศญี่ปุ่น
เวลา 15.30 น. - เตรียมพิธีมอบรางวัลการประกวดขบวนแห่บั้งไฟ บั้งไฟสวยงาม ขบวนแห่บั้งไฟโบราณ การแข่งขันบั้งไฟขึ้นสูง บั้งไฟแฟนซี และการประกวดกองเชียร์
เวลา 16.30 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ประธานในพิธีเดินทางมาถึงกองอำนวยการจุดบั้งไฟ - ประธานในพิธีเชิญประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดแข่งขันบั้งไฟประเภทต่างๆ - ประธานในพิธี และผู้มีเกียรติถ่ายภาพร่วมกับคณะบั้งไฟ และณะอื่นๆที่ได้รับรางวัล - เสร็จพิธี และกิจกรรมประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2553
เวลา 19.00 น. - มหกรรมอาหาร การแสดงของศิลปินรับเชิญ


สอบถามรายละเอียดTAT Call Center 1672ททท. สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 0 4524 3770, 0 4525 0714

http://thai.tourismthailand.org/festival-event/grand-content-7283.html