แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัด แสดงบทความทั้งหมด

2 มิถุนายน 2553

แพคเกจทัวร์และโปรโมชั่น...โครงการเที่ยวไทยให้ถึงธรรม ปีที่ 2

โครงการเที่ยวไทยให้ถึงธรรม ปีที่ 2

เที่ยวทั่วไทยให้ถึงธรรมทั้ง 5 ภาค กับ 50 สถานปฎิบัติธรรมทั่วไทยเพื่อการเที่ยวไทยให้ถึงธรรม จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ และเครือข่ายธรรมะภาคีทั่วไทย

1. เที่ยวไทยให้ถึงธรรมที่สวนโมกข์อีสาน : วัดสุนทรียาราม ต.โคกศิลา อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร  ระหว่างวันที่ : วันพฤหัสบดีที่ 27 – วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2553 ทำบุญวิสาขบูชาคลายทุกข์ ด้วยการปฎิบัติธรรมกับ พระอาจารย์ยงยุทธ ฐิตธัมโม
เดินทางด้วยรถบัสจากกรุงเทพมหานคร แวะทัศนศึกษาระหว่างทางแวะสักการะพระมหาธาตุแก่นนคร ชมทัศนียภาพบึงแก่นนครและเมืองขอนแก่น ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่น ที่เก็บหลักฐานทางพุทธศาสนาเมื่อพันปีก่อน จากนั้นร่วมตั้งจิตอธิษฐาน ปฏิบัติธรรม ถวายเป็นกุศลให้บ้านเมืองสงบสุขที่สวนโมกข์อีสาน ขากลับแวะชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง เพื่อย้อนรอยประวัติศาสตร์กว่า 5,000 ปี แล้วมาอิ่มอร่อยกับไก่ย่างเขาสวนกวาง เพื่อเติมพลังให้ซื้อหาของฝากจากแดนที่ราบสูง

2. เที่ยวไทยให้ถึงธรรมที่สวนโมกข์เชียงราย : วัดวรกิจตาราม ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ : วันพฤหัสบดีที่ 10 – วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2553 ปฏิบัติธรรมนำชีวิตสู่ความสงบกับพระครูวิศาลวรกิจ
จากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือระหว่างเดินทางนอกจากได้สนุกกับการปิกนิกบนรถและยังได้ชมธรรมชาติสองข้างถนนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตใหม่หลังเข้าสู่ฤดูฝน จากนั้นหยุดรับประทานอาหารที่โรงแรมเวียงตากริเวอไซด์ แล้วมุ่งหน้าต่อเพื่อรายงานตัวเข้าปฏิบัติธรรมอย่างตั้งใจที่สวนโมกข์เชียงราย ขากลับแวะร้านอาหารบ้านพลอย และวัดพระธาตุลำปางหลวง ช่วงเย็นภัตตาคารโกยีนครสวรรค์ พร้อมซื้อหาของฝากกลับบ้าน

3. เที่ยวให้ถึงธรรมที่ภาคใต้ : สวนโมกขพลาราม ไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ : วันเสาร์ที่ 24 – วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปฏิบัติธรรมอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษาที่สวนโมกข์กับพระภาวนาโพธิคุณ (พระอาจารย์โพธิ์)
เดินทางจากกรุงเทพมหานคร แวะนมัสการมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ สักการะศาลกรมหลวงชุมพร แล้วเติมพลังที่ร้านอาหารอ่าวบ้านกรูด เดินทางไปเรียนรู้ต่อที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไชยา ก่อนตั้งจิตศรัทธาเข้าร่วมปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์จนครบวันลา พาไปแวะซื้อของฝากที่สวนนายดำ นำชมพระตำหนักกรมหลวงชุมพร ต่อด้วยนมัสการรูปหล่อหลวงปู่ทวดและชมสถานที่ปฎิบัติธรรมเขาสันติที่หัวหิน


4. เที่ยวไทยให้ถึงธรรมที่ภาคตะวันออก : มฤคทายวัน วัดคลองบางบ่อ ต.พลงตาเอี่ยม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ระหว่างวันที่ : วันพฤหัสบดีที่ 12 – วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2553 ทำบุญใดในวันแม่ ไม่ได้บุญเท่าปฏิบัติธรรมกับ พระมหาวีระชัย ชยวีโร
เดินทางจากกรุงเทพมหานครถึงศรีราชาพาท่านสู่เกาะลอยไปไหว้พระ พร้อมชมบรรยากาศยามเช้าชายฝั่งทะเลตะวันออก จากนั้นลงเรือสู่เกาะสีชังไหว้พระเขาใหญ่ ชมพระราชวังเก่าสมัยร.5 แล้วเดินทางต่อไปสักการะพระพุทธบาทจำลอง พระเจดีย์ใหญ่ พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ และเมื่อเจริญใจได้ศรัทธาก็ปาวารณาตัวตั้งมั่นปฏิบัติธรรมจนครบวัน แล้วเดินทางกลับมา แวะตลาดบ้านเพและตลาดหนองมนเพื่อซื้อของฝากกลับบ้าน


5. เที่ยวไทยให้ถึงธรรมที่ภาคกลางและภาคตะวันออก : วัดป่าสุญญตา ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ : วันศุกร์ที่ 24 – วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2553 ทำบุญปฏิบัติธรรมในวันสารทเดือนสิบ ยังสถานที่ปฏิบัติขึ้นชื่อ กับพระอาจารย์คัมภีรญาณ อภิปุญโญ
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แวะที่ท่าฉลอมเสน่ห์ริมฝั่งน้ำท่าจีน นมัสการหลวงปู่แก้ว ชมโบสถ์รังนกและธรรมชาติปากน้ำท่าจีน และไปต่อที่ดอนหอยหลอด สักการะศาลกรมหลวงชุมพร ทัศนศึกษาชุมชนชาวมอญที่มีกาลาแมขึ้นชื่อ จากนั้นเข้ารายงานตัวปฏิบัติธรรมด้วยศรัทธาที่วัดป่าสุญญตาราม เมื่อจบคอร์สก่อนกลับบ้านเข้าชมพระราชนิเวศมฤคทายวัน พระราชวังฤดูร้อน ร.6 ต่อด้วยนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม และพาชมตลาดน้ำอัมพวาในยามเย็น เพื่อซื้อของฝากกลับบ้าน
สนใจสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัทหนุ่มสาวทัวร์ โทร. 0 2246 5659 และ บริษัทธรรมจารี แอนด์ ซีซี ทัวร์ โทร. 0 2591 1060

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dhamma4u.com/index.php/component/content/article/43-2009-02-16-06-19-41/734-2010-04-01-04-59-12.html หรือโทรสายด่วน ททท. 1672 และหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ โทร. 0 2305 9589


11 พฤษภาคม 2553

เยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร

เยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร



ยโสธร เมืองเล็กที่งดงามด้วยวัฒนธรรมและงานบุญบั้งไฟ พร้อมอาหารเป็นเอกลักษณ์ ทั้งปลาส้มและลอดช่องยโสธร อีกทั้งยังมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ย่านบ้านสิงห์ท่า ใครได้มายโสธรแล้วไม่ไปเที่ยวชม ก็เหมือนมาไม่ถึง...
ในอดีตยโสธรมีความเป็นมาตั้งแต่ยุคทวารวดี โดยมีบันทึกในพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าราชวงศา (พระวอ) เสนาบดีเก่าแห่งเมืองเวียงจันทน์ ท้าวหน้า ท้าวคำผง ท้าวทิตพรหม และท้ามมุม พร้อมด้วยไพร่พลอพยพไปอาศัยกับเจ้านครจำปาศักดิ์ เมื่อมาถึงดงผีสิงห์ เห็นทำเลที่ตั้งเหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐานจึงสร้างเมืองขึ้นที่บ้านสิงห์ท่า (เมืองสิงห์ท่า) และยกฐานะเป็นเมืองยโสธรในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ยโสธรถูกรวมเข้ากับกองหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือมีเมืองอุบลราชธานี เป็นเมืองเอก เรียกว่า มณฑลลาวกาว ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2456 ยโสธรกลายเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอยบราชธานี และในปี พ.ศ. 2515 จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 71 ของประเทศไทย

เที่ยวชมเมือง
จากความเป็นมาของเมืองนี้ ปัจจุบันยังคงเห็นรูปรอยความเจริญได้ที่ชุมชนบ้านสิงห์ท่า ชาวบ้านในชุมชนล้วนถ้อยทีถ้อยอาศัย อยุ่อย่างเรียบง่ายและสงบ มี ตึกแถวโบราณ งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ยุคสมัยเดียวกับที่จังหวัดภูเก็ต ถนนรอบบริเวณย่านสิงห์ท่า เป็นทางลัดเลาะเชื่อมต่อถึงกันระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน รวมถึงวัด ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของชาวพุทธทั้งหลาย ยังมี ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีนดูตระการตา ในย่านนี้เป็นแหล่งทำปลาส้มและลอดช่องยโสธร ของฝากชื่อดังที่ไม่ควรดลาดชิมอีกด้วย


วัดมหาธาตุ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตน์ (พระแก้วหยดน้ำค้าง) พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน เป็นพระคู่เมืองของชาวยโสธรมายาวนาน หอไตรโบราณกลางสระน้ำ เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลานเก่าแก่ ที่สำคัญวัดมหาธานุเป็นที่ตั้งของพระธาตุยโสธร หรือพระธาตุอานนท์ บรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์ รูปทรงเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมศิลปะอิทธิพลลาว สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นสมัยรัตนโกสินทร์


วัดสิงห์ท่า ประวัติของการก่อบ้านสร้างเมืองยโสธร เริ่มขึ้นที่วัดสิงห์ท่าแห่งนี้ โดยในยุคแรกที่สร้างบ้านสิงห์ท่าได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นด้วย แต่ไม่มีคณะสงฆ์ ในยุคต่อมาได้ขุดค้นพบสิงห์หินและพระพุทธรูปใหญ่อยู่ในดง (บริเวณวัดสิงห์ท่าปัจจุบัน) จึงสถาปนาวัดแห่งนี้ขึ้นเป็นวัดสิงห์ท่า ปัจจุบันพระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย ก่อด้วยอิฐฉาบปูนลงรักปิดทองขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตรรูปนี้ ยังเป็นพระประธานของวัดสิงห์ท่า ซึ่งชาวยโสธรจัดให้มีการสรงน้ำหลังสงกรานต์เป็นประจำทุกปี



กินอร่อย ในเมืองยโสธรมีอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นอีสานที่ขึ้นชื่อคือ ส้มตำ ในเขตชุมชนบ้านสิงห์ท่า พลาดไม่ได้ ควรไปชิม ปลาส้ม ซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ย่านบ้านสิงห์ท่า และวางขายทั่วไปในเมือง ส่วนของหวานต้องยกนิ้วให้ลอดช่องยโสธร เส้นเล็กเหนียว นุ่ม และหอมใบเตย มีขายตามร้านขนมหวานทั่วไป หากจะซื้อเป็นของฝากต้องไปแหล่งผลิตย่านบ้านสิงห์ท่า


ช้อปสนุก ของฝากจากเมืองยโสธรโดยมากเป็นงานหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อคือ หมอนขิตทรงสามเหลี่ยม ตกแต่งลวดลายอย่างทันสมัย แหล่งผลิตอยู่ที่หมู่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว ยังมีงานจักสานไม้ไผ่ ฝีมือดีของชาวบ้านทุ่งนางโอก และงานแกะสลักเกวียนจำลองที่บ้านนาสะไมย์ในเขตอำเภอเมืองยโสธร



บั้งไฟยโสธร หากได้มาเยือนในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่นี่มีงานบุญยิ่งใหญ่คือ "บุญบั้งไฟ" หนึ่งในประเพณีฮีตสิบสอง ที่เชื่อกันว่า เป็นการบูชาเทพเจ้าที่รักษาเมือง เพื่อบูชาพญาแถนผู้สามารถดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล เรือกสวนไร่นาจะได้อุดมสมบูรณ์ ซึ่งชาวอีสานสืบทอดประเพณีนี้มา และที่สวนสาธารณะพญาแถนยังมีฐานยิงบั้งไฟจำลองให้คนมาเยือนได้ชมอีกด้วย


สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่ ททท.สำนักงานอุบลราชธานี พื้นที่รับผิดชอบ :

ยโสธร,อำนาจเจริญ,อุบลราชธานี 264/ ถ.เขื่อนธานี อ.เมือง จ.อุบลราธานี 34000 โทรศัพท์. 0 4524 3770 , 0 4525 0714 โทรสาร. 0 4524 3771

อีเมล :tatubon@tat.or.th

เว็บไต์ :www.tourismthailand.org/ubonratchathani

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

http://www.tatubon.org