แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเพณี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเพณี แสดงบทความทั้งหมด

12 พฤษภาคม 2553

“หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว"


ททท. ขอเชิญทุกท่านร่วม “หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว”

          จังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ขอเชิญทุกท่านร่วม “หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว” งานเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงามจังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2553 ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ

          “งานเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม จังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2553” ที่จัดขึ้นตลอดเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม 2553 ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหวจังหวัดชัยภูมิ เป็นกิจกรรมที่จัดต้อนรับฤดูฝน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจทั่วไปที่เดินทางมาเยือนดินแดนชัยภูมิเกิดความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม

          กิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ ขบวนแห่กระเจียวคืนทุ่ง การแสดงดนตรีจากนักเรียนของอำเภอเทพสถิต การแข่งขันเดินเพื่อการกุศล การแข่งขันแรลลี่(โดยหอการค้าจังหวัดชัยภูมิ) การปีน - ไต่หน้าผา “ผาก่อ - รัก” ชมสวนหินงามป่าหินล้านปีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติปั้นแต่งตามแต่จะสุดจินตนาการ การแสดง และจำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชัยภูมิ อีกทั้งทุ่งดอกกระเจียวสีขาว สีเขียวและสีชมพูอมม่วง น้ำตกไทรทอง และจุดชมวิวผาหำหดของอุทยานแห่งชาติไทรทอง ก็เป็นอีกสถานที่ที่รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวให้เดินทางท่องเที่ยวให้สนุก เติมความสุขให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี

นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0-4482-2502
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0-4481-1376
ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0-4481-1218
หอการค้าจังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0-4481-1511
ททท.สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 0-4421-3666 / 0-4421-3030
ทุกวันในเวลาราชการ  E – Mail : tatsima@tat.or.th



พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ


วันที่ : 13 พฤษภาคม 2553

สถานที่ : บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือเรียกสั้นๆ ว่า พิธีแรกนา เป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยกรุงสุโขทัยนั้น พระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงมือไถนาเอง เป็นแต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น
ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธานเหมือนกับสมัยกรุงสุโขทัย แต่จะมอบอาญาสิทธิ์ให้โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ และจะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการประกอบพระราชพิธีนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แต่ผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพหลเทพคู่กันกับการยืนชิงช้า แต่พอถึงรัชกาลที่ 3 ให้ถือว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้นั้นเป็นผู้แรกนาด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่าง ๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคลจึงได้เริ่มมีขึ้นแต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพิธีการเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งระยะนี้เป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันพระราชพิธีอื่น ๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหกหรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณีก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น

การจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ.2479 แล้วก็ว่างเว้นไปจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2503คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีนี้ขึ้นใหม่และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบันด้วยเห็นว่าเป็นการรักษาพระราชประเพณีอันดีงาม มีผลในการบำรุงขวัญและจิตใจของคนไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์พระประมุขปัจจุบันทรงมีพระราชกระแสให้ปรับปรุงพิธีการบางอย่างให้เหมาะสมกับยุคสมัย และเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีนี้ทุกปีสืบมามิได้ขาด

กิจกรรมในงาน :  พระราชพิธีอันสืบทอดมาช้านาน เพื่อส่งเสริมสิริมงคลแก่พืชพรรณ ธัญญาหาร บำรุงขวัญเกษตรกร และเพื่อทำนายถึงสภาพดินฟ้า อากาศและผลผลิตที่จะงอกเงยในฤดูเก็บเกี่ยวที่กำลังจะเริ่มขึ้น

6 พฤษภาคม 2553

ประเพณี บุญบั้งไฟ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประเพณี บุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร
วันที่ 5-9 พฤษภาคม 2553
สถานที่ ณ สวนสาธารณพญาแถน และ เขตเทศบาลเมืองยโสธร















บุญบั้งไฟ เป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสาน นิยมทำกันในเดือน 6 หรือเดือน 7 ซึ่งจะตกในราวเดือนพฤษภาคม อันเป็นช่วงฤดูฝนเข้าสู่การทำนา ตกกล้า หว่านไถ เพื่อเป็นการบูชาพญาแถน ขอให้ฝนตกก้องตามฤดูกาลเหมือนกับการแห่นางแมวของคนภาคกลาง
คำอธิบายเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟ รวมทั้งความคิดเห็นของคนทั้วไปมักกล่าวถึงความสำคัญของบุญบั้งไฟกับวิถีชีวิตของคนอีสานในฐานะพิธีกรรมแห่งความสมบูรณ์ และมีความเกี่ยวเนื่องกับ ตำนาน นิทานปรัมปราพื้นบ้าน เช่น เรื่องเท้าผาแดง - นางไอ่ ตำนานรักสามเส้าของเท้าผาแดง นางไอ่และท้าวพังคีพญานาค ที่มีการแข่งขันจุดบั้งไฟเพื่อแย่งชิงนางไอ่ จนกลายเป็นสงครามสู้รบและมีอภินิหารเล่าลือกันมาหมาย เรื่องพญาคันคากหรือคางคกยกรบขอฝนจากแถนบนฟ้า พญาแถนรบแพ้พญาคันคากจึงยอมให้ฝนแก่โลกแต่มีข้อแม้ว่าหากพญาคันคากต้องการฝนเมื่อใดก็ให้บอกพญาแถนด้วยการจุดบั้งไฟขึ้นไปบนฟ้า หรืออีกตำนานที่เล่าว่าพระพรหมกับพญานาคเป็นเพื่อนรักกัน พระพรหมอยู่บนสวรรค์พญานาคอยู่ใต้บาดาล อยากจะรู้สารทุกข์สุขดิบกันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงตกลงกันว่า เมื่อใดที่พญานาคอยู่ดีมีสุขให้พญานาคจุดบั้งไฟไปบอกข่าวและพระพรหมจะส่งฝนตกลงมาบนพื้นโลกเป็นการตอบรับพญานาค ดังที่ได้กล่าวมา วัตถุประสงค์หลักของบุญบั้งไฟ ก็คือ "การขอฝน" เชื่อกันว่าหากท้องถิ่นใดละเลยไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ก็อาจจะก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่คนในชุมชน เว้นเสียแต่ต้องทำพิธีขอเลื่อนการจัดที่ศาลปู่ตา (ศาลผีบรรษพบุรุษหรือเทพารักษ์)ของหมู่บ้านเสียก่อน



ลักษณะเฉพาะประการหนึ่งของพิธีบุญบั้งไฟอีสานในอดีตจนกระทั่งปัจจุบันคือ การละเล่นที่มักเต็มไปด้วยสื่อสัญลักษณ์ทางเพศและเพศสัมพันธ์ เช่น อวัยวะเพศชาย (บักแป้น, ขุนเพ็ด) อวัยวะเพศหญิงจำลอง ตุ๊กตาชาย - หญิง ในท่าร่วมเพศ ตุ๊กตารูปสัตว์ (โดยมากมักจะทำเป็นรูปลิง) ในท่าร่วมเพศ รวมทั้งการแสดงออกของผู้คนในขณะร่วมงานบุญบั้งไฟนั้น เห็นได้ชัดว่ามีความเชื่อในเรื่องฟ้าดินโดยที่ฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของเพศชาย ดินเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างฟ้าดินคือฝนที่โปรยปรายลงมาสู่ดินก่อให้เกิดความเจริญเติบโตงอกงามของพืชพันธุ์ธัญญาหารแก่โลกมนุษย์ เพื่อเป็นการเตือนฟ้าดินมิให้ลืมหน้าที่ มนุษย์จึงใช้อุบายคือ การละเล่นเกี่ยวกับเพศมาเป็นส่วนประกอบในงานบุญบั้งไฟ ทั้งนี้รวมไปถึงการใช้คำเซิ้งที่ใช้ในการ "เซิ้งบั้งไฟ" ที่มักมีคำหยาบปะปนอยู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับอวัยวะเพศซึ่งจะพบในงานบุญบั้งไฟทุกแห่ง อย่างไรก็ตาม การแสดงออกในสัญลักษณ์เชิงเพศที่ปรากฎในงานบุญบั้งไฟดูเหมือนจะถูกจำกัดลงเมื่อเทศกาลงานประเพณีดังกล่าวได้ถูกเปิดตัวสู่การกลายเป็นประเพณีเพื่อตอบสนองต่อการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ความน่าสนใจของเนื้อหาสาระของประเพณีบุญบั้งไฟยังอยู่ที่ภาพสะท้อนการผสมผสานระหว่างคติความเชื่อฝ่ายพุทธ กับแนวความคิดในแบบสังคมแบบพุทธกาล (ก่อนรับพุทธศาสนา) เกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ แม้ว่าบุญบั้งไฟแต่เดิมอาจจะไม่ใช่ประเพณีในพระพุทธศาสนา แต่ทว่า ชาวไท - ลาว ได้ทำให้งานบุญนี้เลื่อนไหลเข้ามาอยู่ในบริบทของพุทธศาสนาอย่างชัดเจนมากขึ้น เช่น การเชิญมาร่วมงานก็ถือว่าเป็นการทำบุญ ตลอดจนมีตำนานที่เล่าถึงต้นกำเนิดของพิธีกรรมนี้ว่ามาจากการที่สาวกองค์หนึ่งพุ่งคบเพลิงไปถวายพระเพลิงพระพุทธองค์เนื่องจากเข้าไม่ถึงที่ถวายพระเพลิงศพ นอกจากนี้วัดยังเป็นแหล่งกลางของกิจกรรมในงานบุญ นับตั้งแต่การเตรียมบั้งไฟ ไปจนถึงการเล่นสนุก อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระพุทธศาสนาแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบุญบั้งไฟหลายอย่างเช่น การบวชและการ "ฮดสงฆ์" หรืออภิเษกสมณศักดิ์ให้แก่พระภิกษุ เป็นต้น ดังที่ได้กล่าวมาว่าบุญบั้งไฟเป็นประเพณีที่ทำกันทั้วไปในภาคอีสานปัจจุบัน

ปัจจุบันงานบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงราวกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยมีกิจกรรมหลักคือ บั้งไฟที่มีการประกวดประชัน บั้งไฟทั้งบั้งไฟขึ้นสูง บั้งไฟสวยงาม (บั้งเอ้หรือบั้งไฟประดับที่ไม่สามารถจุดได้จริง) บั้งไฟโบราณ นอกจากนี้ยังมีการประกวดกาพย์เซิ้งบั้งไฟ ประกวดธิดาบั้งไฟโก้ นักท่องเที่ยวสามารถชมขบวนแห่เหศักดิ์ ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ขบวนแห่บั้งไฟโบราณ ตลอดขบวนแห่มีการเซิ้งของแต่ละคุ้มวัดที่ส่งบั้งไฟเข้าประกวด ทั้งนี้งานบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร ได้รับการส่งเสริมได้รับการส่งเสริมในระดับที่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมมหรสพรื่นเริง เช่น เวทีคอนเสิร์ต หมอลำ การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และสินค้าทั้วไปบริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และโรงเรียนเทศบาล 1 และสวนสนุกในลักษณะงานวัด

กำหนดการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2553

วันที่ 3 พฤษภาคม 2553

เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP บริเวณถนนวารีราชเดช (หน้าวัดมหาธาตุ)
เวลา 09.00 - 16.00 น. - ชมกระบวนการจัดทำบั้งไฟสวยงามและบั้งไฟจุดขึ้นสูง
เวลา 19.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร นักท่องเที่ยว ชมการฝึกซ้อมรำเซิ้ง การเตรียมขบวนแห่ของคณะบั้งไฟ
เวลา 20.30 น. - พิธีเปิดงาน / การแสดงสมโภชงานประเพณีบุญบั้งไฟ / มหกรรมอาหาร - การประกวดวงดนตรีสตริง สลับกับการประกวดแดนเซอร์ เพลงเซิ้ง และการแสดงของศิลปินรับเชิญ


วันที่ 4 - 5 พฤษภาคม 2553

เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP บริเวณถนนวารีราชเดช (หน้าวัดมหาธาตุ)
เวลา 09.00 - 16.00 น. - ชมกระบวนการจัดทำบั้งไฟสวยงามและบั้งไฟจุดขึ้นสูง
เวลา 13.00 - 16.00 น. - ชมการสาธิตการทำบั้งไฟริวเซ (บั้งไฟญี่ปุ่น) โดยช่างริวเซ จากเมืองชิชิบุ จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น
เวลา 19.00 - 24.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร นักท่องเที่ยว ชมการฝึกซ้อมรำเซิ้ง การเตรียมขบวนแห่ของคณะบั้งไฟ ณ มมร., คุ้มวัดอัมพวัน, คุ้มวัดดอนพระเจ้า, คุ้มวัดมหาธาตุ, คุ้มวัดศรีไตรภูมิ, คุ้มวัดทุ่งสว่างชัยภูมิ - มหกรรมอาหาร / การประกวดกาพย์เซิ้งบั้ง ประเภทประชาชน/เยาวชน การแสดงของนักเรียน สลับกับศิลปินรับเชิญ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2553


เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP บริเวณถนนวารีราชเดช (หน้าวัดมหาธาตุ)
เวลา 09.00 - 16.00 น. - ชมกระบวนการจัดทำบั้งไฟสวยงามและบั้งไฟจุดขึ้นสูง
เวลา 13.00 - 16.00 น. - ชมการสาธิตการทำบั้งไฟริวเซ (บั้งไฟญี่ปุ่น) โดยช่างริวเซ จากเมืองชิชิบุ จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น
เวลา 19.00 - 24.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร นักท่องเที่ยว ชมการฝึกซ้อมรำเซิ้ง การเตรียมขบวนแห่ของคณะบั้งไฟ ณ คุ้มวัดสิงห์ท่า, คุ้มวัดศรีธรรมาราม, คุ้มวัดใต้ศรีมงคล - มหกรรมอาหาร / การแสดงของศิลปินรับเชิญ / การประกวดนางฟ้าจำแลง (มอบรางวัลวันที่ 7 พ.ค. 53 เวลา 19.00 น. ณ กองอำนวยการ)



วันที่ 7 พฤษภาคม 2553

เวลา 07.00 - 14.00 น. - การเซิ้งบั้งไฟ และการละเล่นแบบโบราณ (ตามวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม)
เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP
เวลา 16.00 น. - ประกวด และโชว์บั้งไฟสวยงามตามแนวถนนแจ้งสนิทจากหน้าศาลจังหวัดยโสธรถึงตรงข้ามหน้าธนาคารออมสิน - แดนเซอร์ทุกคนของกองเชียร์ทุกคณะ / ชาวสตรีเหล็กและพี่น้องชาวสีม่วงพร้อมด้วยผู้เข้าประกวดนางฟ้าจำแลงพร้อมกัน ณ กองอำนวยการ
เวลา 19.30 - 22.00 น. - พิธีมอบรางวัลการประกวดธิดาบั้งไฟโก้ การประกวดานางฟ้าจำแลง การประกวดแดนเซอร์เพลงเซิ้ง และการแระกวดกาพย์เซิ้ง ประเภทประชาชนและเยาวชน - พิธีเปิดมหกรรม ROCKET CARNIVAL โดยสตรีเหล็ก พี่น้องชาวสีม่วงทั่วไทยและทั่วโลก - เริ่มการประกวดกองเชียร์ - การประกวดธิดาบั้งไฟโก้ (พร้อมพิธีมอบรางวัล) - มหกรรมอาหาร / การแสดงของศิลปินรับเชิญ


วันที่ 8 พฤษภาคม 2553

เวลา 09.00 - 24.00 น. - มหกรรมจำหน่ายสินค้า OTOP
เวลา 07.00 น. - รถบั้งไฟสวยงามเตรียมพร้อมตามจุด ที่กำหนดก่อนเริ่มขบวนแห่
เวลา 08.00 น. - ขบวนแห่ถ้วยรางวัล จากสำนักงานเทศบาลเมืองยโสธรไปยังกองอำนวยการจัดงาน - คณะกรรมการเจ้าหน้าที่เตรียมพิธีเปิด
เวลา 09.00 น. - ประธานในพิธีเปิดงานเดินทางมาถึงกองอำนวยการจัดงาน วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ - ประธานในพิธีเปิดงานขึ้นบนเวทีกองอำนวยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร มอบของที่ระลึกแด่ประธานในพิธี จากนั้นประธานในพิธีไปที่แท่นรับคำกล่าวรายงาน - ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงานการจัดงานต่อประธานในพิธี - ประธานในพิธีกล่าวเปิดและลั่นฆ้องชัยเปิดงาน จำนวน 3 ครั้ง - วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เจ้าหน้าจุดพลุเสียงและบั้งไฟตะไลเวลา 09.20 น. - ขบวนแห่มเหศักดิ์ ขบวนศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ขบวนแห่บั้งไฟโบราณ ขบวน ROCKET CARNIVAL โดยสตรีเหล็กพี่น้องชาวสีม่วงทั่วไทย และทั่วโลก พร้อมขบวนอื่นๆ เคลื่อนขบวนผ่านหน้ากองอำนวยการไปถึงวัดศรีไตรภูมิ
เวลา 12.00 น. - ประธานร่วมรับประทานอาหารกับคณะกรรมการจัดงานและผู้เข้าร่วมงานจากประเทศญี่ปุ่น ลาว และเวียดนาม
เวลา 14.00 น. - จัดพบปะกลุ่มเจ้าของผลิตภัฑณ์จากข้างของจากญี่ปุ่นพบปะกับผู้ประกอบการค้าข้าวยโสธรต่อด้วยการบริการนวดแผนไทย
เวลา 16.00 น. - มหกรรมอาหาร - การแสดงของศิลปินรับเชิญ
เวลา 18.00 น. - เตรียมเข้าสู่บรรยากาศงานพาแลงเปลี่ยนศิลปะ วัฒนธรรมระหว่างไทย ญี่ปุ่น ลาว และเวียดนาม - คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ และแขกรับเชิญพร้อมกันที่บริเวณจัดงานพาแลง
เวลา 19.00 น. - ประธานในพิธีงานพาแลง เดินทางมาถึงบริเวณจัดงานพาแลง
เวลา 19.15 น. - ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน - ประธานในพิธีมอบโล่เกียรติคุณให้ผู้สนับสนุนการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2553 - นายกเทศมนตรีเมืองชิชิบุ ประเทญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว กล่าาวแสดงความรู้ - ร่วมรับประทาน และชมการแสดง
เวลา 22.00 น. - เสร็จสิ้นกิจกรรมงานพาแลง


วันที่ 9 พฤษภาคม 2553

เวลา 06.00 น. - คณะบั้งไฟประเภทต่างๆรายงานตัวต่อคณะกรรม
เวลา 08.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธรจุดั้งไฟเสี่ยงทาย บั้งไฟปฐมฤกษ์ และจุดบั้งไฟโบราณ (วงศ์บั้งไฟ) ทุกประเภท - เริ่มแข่งขันบั้งไฟแฟนซี และบั้งไฟขึ้นสูงตามสูจิบัตร
เวลา 10.00 น. - การจุดบั้งไฟริวเซ ของประเทศญี่ปุ่น
เวลา 15.30 น. - เตรียมพิธีมอบรางวัลการประกวดขบวนแห่บั้งไฟ บั้งไฟสวยงาม ขบวนแห่บั้งไฟโบราณ การแข่งขันบั้งไฟขึ้นสูง บั้งไฟแฟนซี และการประกวดกองเชียร์
เวลา 16.30 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ประธานในพิธีเดินทางมาถึงกองอำนวยการจุดบั้งไฟ - ประธานในพิธีเชิญประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดแข่งขันบั้งไฟประเภทต่างๆ - ประธานในพิธี และผู้มีเกียรติถ่ายภาพร่วมกับคณะบั้งไฟ และณะอื่นๆที่ได้รับรางวัล - เสร็จพิธี และกิจกรรมประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2553
เวลา 19.00 น. - มหกรรมอาหาร การแสดงของศิลปินรับเชิญ


สอบถามรายละเอียดTAT Call Center 1672ททท. สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 0 4524 3770, 0 4525 0714

http://thai.tourismthailand.org/festival-event/grand-content-7283.html